นโยบายความเป็นส่วนตัว
นโยบายความเป็นส่วนตัวของบานโปลีอุม ศัลยกรรมความงาม
◆ บานโปลีอุม ศัลยกรรมความงาม ปฏิบัติตามมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล (ลูกค้า) และจัดการเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวข้องอย่างรวดเร็วและราบรื่น จึงกำหนดและประกาศแนวทางการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้
1. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
□ บริษัทใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมตามวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
ο การปฏิบัติตามสัญญาในการให้บริการ และการส่งมอบเนื้อหาตามการให้บริการ
ο การยืนยันตัวตน การระบุตัวบุคคล การป้องกันการใช้บริการโดยมิชอบของสมาชิกที่ไม่เหมาะสม การป้องกันการใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต การจัดการข้อร้องเรียน และการส่งประกาศต่าง ๆ
ο การใช้สำหรับการตลาดและโฆษณา การให้บริการอีเวนต์และโอกาสในการเข้าร่วม
การให้บริการและแสดงโฆษณาตามลักษณะทางประชากรศาสตร์ การวัดความถี่ในการเข้าถึง หรือสถิติการใช้บริการ
ο การยืนยันตัวบุคคลของผู้ร้องเรียน การตรวจสอบเรื่องร้องเรียน การติดต่อ/แจ้งเพื่อการสอบสวนข้อเท็จจริง และการแจ้งผลการดำเนินการ
2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม
□ เพื่อการสมัครสมาชิก การปรึกษา และการสมัครใช้บริการ เราเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้
ο รายการที่เก็บ : ชื่อ, วันเดือนปีเกิด, รหัสผู้ใช้, รหัสผ่าน, หมายเลขโทรศัพท์มือถือ, อีเมล, บันทึกการเข้าใช้งาน, คุกกี้, ประวัติการใช้บริการ
ο รายการเลือกได้ : สาขา, สาขาที่สนใจ, รายการอีเวนต์ที่เลือก, ช่องทางการสมัคร, ความยินยอมรับ Mailing/SMS
ο ระยะเวลาเก็บรักษา : กึ่งถาวรจนกว่าจะมีการยกเลิกการรับข้อมูลหรือการยกเลิกสมาชิก
ο วิธีการเก็บรวบรวม : เว็บไซต์ (การสมัครสมาชิก กระดานปรึกษา กระดานจองคิว การเข้าสู่ระบบอย่างง่าย ฯลฯ)
3. ระยะเวลาในการเก็บรักษาและใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
① บานโปลีอุม ศัลยกรรมความงาม ประมวลผลและเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลภายในระยะเวลาที่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล หรือภายในระยะเวลาที่กำหนดโดยกฎหมาย
② ระยะเวลาในการประมวลผลและเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลโดยเฉพาะมีดังนี้
ο การสมัครและบริหารจัดการลูกค้า : จนกว่าจะมีการสิ้นสุดสัญญาการใช้บริการ ทั้งนี้หากยังคงมีหนี้สิน/สิทธิเรียกร้อง จะเก็บไว้จนกว่าจะมีการชำระเสร็จสิ้น
ο บันทึกสัญญา/ยกเลิกคำสั่งซื้อ การชำระเงิน และการจัดส่งสินค้าในการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ : 5 ปี
ο หากเก็บเพื่อการวินิจฉัยและรักษา จะเป็นไปตามพระราชบัญญัติการแพทย์
ο แม้บรรลุวัตถุประสงค์ในการเก็บแล้ว แต่หากจำเป็นต้องเก็บรักษาตามกฎหมายอื่น เช่น กฎหมายพาณิชย์ อาจเก็บรักษาต่อไปได้
4. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลที่สาม
บานโปลีอุม ศัลยกรรมความงาม จะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต่อบุคคลที่สาม ยกเว้นกรณีที่ได้รับความยินยอมแยกต่างหาก หรือมีข้อกำหนดพิเศษตามกฎหมาย ตามมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
5. สิทธิ/หน้าที่ของเจ้าของข้อมูลและวิธีการใช้สิทธิ
เจ้าของข้อมูลสามารถใช้สิทธิที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลต่อ บานโปลีอุม ศัลยกรรมความงาม ได้ตลอดเวลา ดังนี้
① การขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ② การขอแก้ไขหากมีข้อผิดพลาด ③ การขอลบ ④ การขอระงับการประมวลผล
สามารถใช้สิทธิได้โดยการยื่นคำร้องเป็นลายลักษณ์อักษร อีเมล หรือแฟกซ์ ตามแบบฟอร์มที่ 8 ของกฎกระทรวงประกอบพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และบริษัทจะดำเนินการโดยไม่ชักช้า
หากเจ้าของข้อมูลขอให้แก้ไขหรือลบข้อมูล จะไม่ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวจนกว่าการแก้ไข/ลบจะเสร็จสมบูรณ์
การใช้สิทธิสามารถดำเนินการผ่านผู้แทนตามกฎหมายหรือผู้รับมอบอำนาจได้
ในกรณีนี้ต้องยื่นหนังสือมอบอำนาจตามแบบฟอร์มที่ 11 ของกฎกระทรวง
6. รายการข้อมูลส่วนบุคคลที่ประมวลผล บานโปลีอุม ศัลยกรรมความงาม ประมวลผลข้อมูลดังนี้
ο รายการที่เก็บ : ชื่อ, วันเดือนปีเกิด, รหัสผู้ใช้, รหัสผ่าน, หมายเลขโทรศัพท์มือถือ, อีเมล, บันทึกการเข้าใช้งาน, คุกกี้, ประวัติการใช้บริการ
ο รายการเลือกได้ : สาขา, สาขาที่สนใจ, รายการอีเวนต์ที่เลือก, ช่องทางการสมัคร, ความยินยอมรับ Mailing/SMS
7. การทำลายข้อมูลส่วนบุคคล
① เมื่อบรรลุวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว บริษัทจะทำลายข้อมูลดังกล่าวโดยไม่ชักช้า ขั้นตอน กำหนดเวลา และวิธีการทำลายมีดังนี้
หากระยะเวลาเก็บรักษาผ่านไป จะทำลายภายใน 5 วันนับจากวันสิ้นสุดระยะเวลา และหากบรรลุวัตถุประสงค์ ยกเลิกบริการ หรือยุติกิจการ จะทำลายภายใน 5 วันนับจากวันที่ข้อมูลดังกล่าวไม่จำเป็นอีกต่อไป
② วิธีการทำลายข้อมูลส่วนบุคคลมีดังนี้
ο ไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ : ลบไฟล์ ฟอร์แมตดิสก์ หรือใช้วิธีการทางเทคนิคที่ไม่สามารถกู้คืนข้อมูลได้
ο เอกสารกระดาษ : ทำลายโดยการสับย่อยหรือเผา
8. การติดตั้ง การดำเนินการ และการปฏิเสธอุปกรณ์เก็บข้อมูลส่วนบุคคลแบบอัตโนมัติ
บานโปลีอุม ศัลยกรรมความงาม ใช้งาน "คุกกี้ (cookie)" เพื่อบันทึกและเรียกใช้ข้อมูลของผู้ใช้เป็นระยะ เพื่อมอบบริการเฉพาะบุคคล
ο คุกกี้ใช้เพื่อวิเคราะห์ความถี่/เวลาเยี่ยมชม ทำความเข้าใจความสนใจ ติดตามรอย การวัดระดับการเข้าร่วมอีเวนต์และจำนวนการเยี่ยมชม เพื่อมอบบริการเฉพาะบุคคล
ο ผู้ใช้สามารถตั้งค่าเบราว์เซอร์ให้ยอมรับคุกกี้ทั้งหมด ยืนยันทุกครั้งที่บันทึก หรือปฏิเสธการบันทึกทั้งหมดได้
9. มาตรการเพื่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทดำเนินมาตรการทางเทคนิค การจัดการ และทางกายภาพเพื่อความปลอดภัยตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ดังนี้
ο การตรวจสอบภายในเป็นประจำ
ดำเนินการตรวจสอบภายในเป็นประจำ (ปีละครั้ง) เพื่อความปลอดภัยในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
ο การจำกัดและฝึกอบรมพนักงานที่ดูแลข้อมูลส่วนบุคคล
กำหนดพนักงานเฉพาะที่ดูแลข้อมูลส่วนบุคคลและจำกัดเฉพาะผู้รับผิดชอบเพื่อบริหารจัดการข้อมูลให้น้อยที่สุด
ο การจัดทำและดำเนินการแผนการจัดการภายใน
จัดทำและดำเนินการแผนการจัดการภายในเพื่อการประมวลผลข้อมูลอย่างปลอดภัย
ο มาตรการทางเทคนิคเพื่อป้องกันการแฮกและอื่น ๆ
ติดตั้งโปรแกรมรักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันการรั่วไหลและความเสียหายจากการแฮกหรือไวรัส ดำเนินการอัปเดต/ตรวจสอบเป็นระยะ และติดตั้งระบบในเขตที่ควบคุมการเข้าถึงจากภายนอก ทำการเฝ้าระวังและสกัดกั้นทั้งทางเทคนิคและทางกายภาพ
ο การเข้ารหัสข้อมูลส่วนบุคคล
รหัสผ่านของผู้ใช้จะถูกเข้ารหัสในการจัดเก็บและบริหารจัดการ เพื่อให้เฉพาะเจ้าของเท่านั้นที่ทราบ ข้อมูลสำคัญจะถูกเข้ารหัสไฟล์/ข้อมูลที่ส่ง หรือใช้ฟังก์ชันล็อกไฟล์
ο การจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
ดำเนินมาตรการที่จำเป็นในการควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล โดยการให้/เปลี่ยนแปลง/ยกเลิกสิทธิ์การเข้าถึงในระบบฐานข้อมูล และใช้ระบบป้องกันการบุกรุกเพื่อควบคุมการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากภายนอก
10. ผู้รับผิดชอบในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บานโปลีอุม ศัลยกรรมความงาม รับผิดชอบการบริหารงานที่เกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยรวม
และเพื่อจัดการเรื่องร้องเรียนและการเยียวยาความเสียหายของเจ้าของข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จึงแต่งตั้งผู้รับผิดชอบดังต่อไปนี้
11. กรณีที่ไม่ยินยอม
ผู้ใช้ (เจ้าของข้อมูล) มีสิทธิที่จะปฏิเสธการให้ความยินยอมในการเก็บรวบรวม/ใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้หากไม่ยินยอม อาจมีข้อจำกัดในการให้บริการที่เกี่ยวข้อง
13. นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2026